เรียกได้ว่าเป็นเรื่องราวที่หลายคนให้ความสนใจเป็นอย่างมากเพราะเธอทั้งเก่งและฉลาด เธอออกเดินทางคนเดียวเพื่อหาความต้องการของเธอว่าชอบและรักอะไรกันแน่ เธอเรียนเอกภาพยนตร์และเธอเข้าวงการตั้งแต่เล็กๆค้นหาตัวเองมาตลอด เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย จบแล้วทำอะไรต่อดี เป็นสิ่งที่เธอคิดมาตลอดเลยหลายๆคนก็คิดแบบเดียวกับเธอเช่นกัน

การตัดสินใจในการเดินทางในครั้งนี้เธอเริ่มต้นออกเดินทางเพื่อหาคำตอบให้กับตัวเอง และกลายเป็นทริปลุยเดี่ยวใน 8 ประเทศภายใน 37 วัน ที่เธอยกมาเล่าให้เราได้ฟังและทำให้เราได้รู้ว่าเด็กสาวคนนี้มาพร้อมพลังบวกและแรงบันดาลใจที่พร้อมจะส่งต่อให้ทุกคนจริงๆ

หลายคนถามเธอว่าจะทำได้หรอเนี้ยซึ่งเธอตอบไม่ได้ว่าทำได้ไหม แต่สิ่งที่เธอทำได้นั้นคือออกเดินทางตามความฝันของเธอ เธอได้เล่าว่าใกล้เรียนจบ มันเป็นช่วงที่ไม่รู้จะทำอะไรต่อและก็มีหลายๆอย่างคนมากมายเข้ามาถามว่าจะทำอะไรต่อเครียดเลย เพราะหาคำตอบไม่เจอ

เธอชอบวาดรูปมาก ชอบอ่านการ์ตูนตาหวานหลายคนเคยวาดนะแต่คงลืมไปแล้วเราก็เลยมีความคิดว่าจะเข้าอนิเมชั่นหรือพวกกราฟิค แต่คิดไปคิดมาเราก็ไม่อยากนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานนาน ๆ เลยพยายามหาคณะเรียนที่ทำให้เรายังได้เล่าเรื่องและได้ออกไปข้างนอกด้วย ก็มาเจอสายภาพยนตร์

ซึ่งตอนเรียนเราก็รู้สึกนะว่าชอบด้านนี้ บวกกับที่ว่าระหว่างเรียนเราได้ทำงานแสดงไปด้วย ก็คิดว่าทำไปเรื่อย ๆ ก็โอเค แต่ว่าพอเรียนจบ มันก็ถึงเวลาที่ต้องตั้งคำถามกับตัวเองว่างานแสดงหรอคืองานที่เราจะทำต่อจริงๆ

พลอยคิดแต่ว่าอยากทำอะไรซักอย่างในเมืองไทยเนี่ยแหละ อย่างเช่นเรียนทำอาหาร ไปเป็นครูบ้านนอก หรือเรียนภาษามือ (ซึ่งสองอย่างนี้ก็เคยทำมาแล้ว) แต่มันกลายเป็นการเดินทางเพราะช่วงนั้นเป็นตอนที่ละครปิดกล้อง

เอ๊ย หรือว่าจะไปเที่ยวดี ก็คิดถึงทางรถไฟสายไซบีเรีย เป็นสิ่งที่เราอยากไปมานานมากแล้วแต่ยังไม่มีเวลาและโอกาสซะที คืนนั้นเลยตัดสินใจว่าครั้งนี้จะไป และจะไปเที่ยวคนเดียว

คุณแม่คือไม่โอเคตั้งแต่แรกแล้ว แม่โกรธมากเพราะเราไปบอกตอนที่จองตั๋วไปแล้วด้วย ส่วนคุณพ่อรู้อยู่เนิ่น ๆ เค้าก็ดูเหมือนจะไม่ให้นะตอนแรก แต่พอเราบอกว่าเรียนจบแล้วขอลองแค่ครั้งเดียว พ่อก็บอกว่าโอเค ให้ไปลองใช้ชีวิตดู แต่ต้องออกเงินเองทั้งหมดนะ

คือตอนที่แพลน เราแพลนแค่ครึ่งทาง จากตอนที่ออกจากกรุงเทพบินไปลงปักกิ่งแล้วนั่งรถไฟยาว ๆ ไปถึงรัสเซีย เซนต์ปีเตอรสเบิร์กแค่นั้น หลังจากนั้นก็จองระหว่างการเที่ยว แพลนตามความรู้สึกตัวเองเลยว่าถ้าเหนื่อยไม่อยากเที่ยวตอนไหนก็จะพอแค่นั้น ซึ่งรวม ๆ แล้วพลอยเดินทางไปทั้งหมด 37 วัน จบที่ 8 ประเทศ ซึ่งตอนแรกตั้งใจว่าจากฝรั่งเศสแล้วจะข้ามไปสวิตเซอร์แลนด์ต่อ แต่ตอนนั้นมันไม่ไหวละ เราอยากกลับบ้านมาก

พลอยเป็นคนโชคดีมากที่ไม่ได้เจอใครทำร้ายหรือเรื่องอะไรแย่ ๆ เลย แต่ส่วนมากจะเป็นเรื่องของการหลงทางมากกว่า ซึ่งทุกคนก็น่าจะต้องเจอกันอยู่แล้ว

เธอเล่าต่อว่าราว่าการไปเที่ยวมันไม่ได้ให้คำตอบหรอกว่าแกต้องเป็นอันนี้นะ สำหรับพลอย มันทำให้เรารู้ว่าตัวเราทำอะไรได้บ้างมากกว่า เหมือนกับว่าตอนที่เราอยู่เฉย ๆ อะ เราก็ไม่รู้หรอกว่าเราทำอะไรได้บ้าง แต่พอตอนเที่ยว เราก็ทำอย่างนั้นอย่างนี้ได้นี่หว่า อาชีพในหัวมันก็จะมาเรื่อย ๆ อย่างตอนอยู่รัสเซีย มานั่งคิดว่าเราก็เที่ยวมาได้ครึ่งโลกแล้วนี่นา เป็นไกด์ก็น่าจะดี หรือตอนไปเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก พลอยไปเจอโฮสเทลนึงที่ดีมาก ๆ

พลอยคิดว่าถ้า มีโอกาสและยังไม่รู้จริง ๆ ว่าจะเอายังไงต่อกับชีวิต มันก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ว่าถ้า ต้องทำงานเพื่อดูแลครอบครัว ก็ควรทำหน้าที่ของตัวเองตรงนั้น หลายคนบอกว่าเราอะมีเงินถึงจะทำแบบนี้ได้ ไปตามความฝันของตัวเองได้ แต่พลอยก็อยากจะบอกว่าการหาแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ความจริงมันไม่ต้องไปไหนไกลก็ได้

เธอยังบอกอีกว่าถ้าเป็นผู้หญิง พลอยอยากให้เตรียมหาข้อมูลไปให้แน่นที่สุดค่ะ พลอยหาข้อมูลลึกถึงขนาดที่ว่าถ้าสมมติซื้อตั๋วรถไฟแล้วจะต้องไปยื่นที่ไหน ให้เห็นภาพว่าเราจะไปอย่างนี้นะจะเจอแบบนี้ ๆ นะระวังตัว มีสติตลอดเวลา อย่าไปอยู่ในที่ที่อันตราย อย่างตอนพลอยไป ตอนฟ้ามืดเราก็จะกลับที่พักเลยเซฟตัวเองให้มาก ๆปรินท์ชื่อโรงแรมที่เราจะไปพัก พวกเบอร์โทรโรงแรมและแผนการเดินทางของเราทิ้งไว้ให้ที่บ้าน เผื่อเค้าติดต่อเราไม่ได้ด้วยเหตุใดเหตุหนึ่งจะได้รู้ว่าเราอยู่ที่ไหน

ขอบคุณภาพจากพลอย